☠LITTLE PUNK☠ View my profile

 I Don't Think About You Anymore But, I Don't Think About You Any less..

 

 

 

 

 

(เนื้อหาต่อไปนี้ อาจไม่เหมาะสมต่อคนบางกลุ่ม ถ้าไม่ชอบกดกากบาทสีแดงค่ะ)

 

 

 

 

 

ตอนเด็กๆ ครูเคยเรียกเขาเข้าพบเพียงเพราะภาพวาดศิลปะ

 

เท้าเปล่าเหยียบลงพื้นอันเย็นเยียบ กรอกตาไปมาในความมืดพลางมองลอดออกนอกกระจกแก้วตรงระเบียงเป็นระยะ ท้องฟ้าที่เคยสดใสบัดนี้ดำมืดด้วยกลุ่มเมฆ ….คล้ายว่าฝนกำลังจะตก 

ตีหนึ่งสามสิบหกนาที 

เขานอนไม่หลับ สูดลมหายใจลึกเข้าปอด กลิ่นควันบุหรี่ลอยอบอวนไปทั่วท้องสี่เหลี่ยมเเคบๆแห่งนี้ เสียงจากแอร์รุ่นเก่าดังหึ่ง

นอนไม่หลับ ทำยังไงก็นอนไม่หลับ บางอย่างกำลังรบกวนจิตใจจนนอนไม่หลับ 

กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ นั่งจ้องภาพวาดหลายสิบรูปที่วางเรียงรายกันตรงมุมห้อง ภาพวาดที่ใครเสนอซื้อมันยังไงเขาก็ไม่ยอมขาย เสียงเอะอะจากห้องด้านล่างเยื่องฝั่งซ้ายดังขึ้นมา เหลือบมองนาฬิกาก่อนยิ้มขำ …เหมือนกับว่าตั้งเครื่องเล่นเพลงอัตโนมัติเอาไว้.. เอือมมืออันหยาบกร้านไปเปิดวิทยุ ก่อนจุดบุหรี่อีกมวนสูบ และไม่ช้าเสียงกร่นด่าก็ดังตามมาจนต้องเร่งเสียงวิทยุให้ดังขึ้นกลบ 

 

เขานอนไม่หลับ

นั่งมองควันบุหรี่ มันลอยอ้อยอิ่งในอากาศ จิตนาการไปถึงหญิงสาวร่ายรำ ชดช้อย เหมือนกับ.... เธอ!

ใช่เธอคนนั้น.. 

ดับบุหรี่ ก่อนคว้าโทรศัพท์

……………………………………………………..

เสียงเพลงจากวิทยุยังดังเรื่อยๆ มือหนาวางโทรศัพท์ที่แนบหูลงก่อนจะจ้องมอง

ลืมไปเสียสนิท ว่ายังไม่ได้จ่ายค่าโทรศัพท์ 

บัดซบที่สุด!! 

ไม่ช้า โทรศัพท์ที่โทรออกไม่ได้ก็กลายเป็นซากตรงมุมห้อง เขาลุกขึ้นแต่งตัวลวกๆ ด้วยเสื้อผ้าที่ใส่มาใรช่วงบ่าย หยิบกุญแจห้อง ออกไปข้างนอก

 

บรรยากาศยามค่ำคืนไม่ได้เงียบเหงา แต่ชวนให้สมเพช ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ 

ยิ้ม… 

ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ 

ทำไมไม่ง่วง? ทำไมไม่นอน? 

เขายิ้มให้กับคำถามของตัวเอง ……เขากำลังถามใคร?

เสียงกระซิบจากข้างใน มันกำลังตะโกนว่า "จะไปรู้กับหัวมรึงเหรอ?"

ใช่ จะไปรู้ได้ยังไง?

"ขอโทษครับ คุณเจ็บหรือเปล่า" คงเพราะไม่ได้ตั้งใจเดิน หรือจะเรียกว่าเดินใจลอยจึงชนให้กับสาวเจ้านางหนึ่งอย่างจัง กระเป๋าใบเล็กสีดำหรูนอนนิ่งอยู่กับพื้น เขาก้มลงเก็บก่อนจะปัดๆแล้วยื่นคืนให้เจ้าของ แวบแรก ปากแดงๆกำลังจะเอ่ยคำด่า และไม่กี่วินาทีต่อมา มันกลับกลายเป็นรอยยิ้มที่เขาคิดว่ามันบิดเบี้ยวได้น่าขยะเเขยงที่สุด 

"ไม่เป็นไรค่ะ ….ไม่เป็นไร" หล่อนบอกชื่อตัวเองทั้งที่ยังไม่ได้ถาม เขาก้มหัวขอโทษอีกครั้ง.... พอเป็นพิธี

ก่อนจะเดินจากไป

 

…..สังคมน่ารังเกียจ หลายมาตรฐาน... เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก ก่อนหยุดมองตัวเองหน้าตู้กระจกร้านขายเสื้อผ้า ลูบไปตามไรหนวดที่ขึ้น เห็นทีกลับไปคงต้องโกน

 

ฟ้าคำรามเบาๆราวกับขู่ เชิงบอกให้รู้ว่าไม่นานฝนกำลังจะตก กวาดสายตาอีกครั้งเเล้วมุ่งไปยังตู้โทรศัพท์

ก้าวแทรกเข้าไปในกรอบตู้สี่เหลี่ยมเล็ก กลิ่นอับลอยวนไปมาชวนเวียนหัว แต่เพราะ ….เธอ! เธอทำให้เขาต้องลำบากมาอยู่ ณ ที่ที่นี้ 

….เธอต้องชดใช้...

บ้า! ชดใช้อะไร ในเมื่อเขาตัดสินใจออกมาเอง เธอไม่เกี่ยวด้วยหรอก 

ล้วงมือหยิบกระเป๋าสีดำจากกระเป๋ากางเกง เปิดมันออก คุ้ยหาเศษเหรียญ เผลอเบ้ปากเมื่อเห็นรูปหน้าของผู้หญิงเมื่อครู่เด่นหราตรงช่องใส่รูป อดไม่ได้ที่จะหยิบมันทิ้ง 

อะไรนะ?

ขโมย?

เปล่า…. "เขา"ไม่ได้ทำ

แล้วใครทำ? ช่างมันเถอะ.. โยนมันทิ้งเมื่อได้เศษเหรียญที่ต้องการ จัดการหยอดมันลงในช่องใส่เหรียญ ยกหูโทรศัพท์รอ ….รอ…รอ …รอ ….รอ 

ไม่มีสัญญาณ

บัดซบ!

และบัดซบยิ่งกว่าเมื่อตู้กินเหรียญ!!

 

เขาเดินออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ

 

และอีกไม่นานเรื่องบัดซบก็เกิดขึ้นอีก

ฝนตก...ลงมาห่าใหญ่

ท้องถนนร้างผู้คนไปในชั่วพริบตา …. จำต้องยืนหลบฝนเบียดเสียดกับน้องหมาข้างถนนตัวหนึ่ง ดูท่ามันจะหนาว ขนมันขาดหลุดร่วงตามแบบฉบับหมาขี้เรื้อน ตัวแห้งและผอมโซพร้อมกับเสียงคราง หงิกๆ .... ตัดสินใจเตะมันออกไปให้พ้นทาง มันทำท่าขู่จะกัด... 

 

…ฟ้าผ่า…

 

เขาช่างเป็นคนดีเสียจริงนะ มองสองมืออันเย็นเฉียบของตัวเอง และเป็นช่วยไม่ได้ที่เขาต้องตากฝน เพราะหมาตัวนั้นตัวเดียว แต่! ไม่เป็นไรหรอก เขาช่วยให้มันพ้นทุกข์ทรมานจากความเหน็บหนาวและความเจ็บป่วยไปแล้ว ใช่…."เขา"ทำ

 

ตัดสินใจเดินตากฝนไปเรื่อยๆ ให้หยาดฝนในคืนนี้ชำระตัวเองให้สะอาด เป็นเรื่องที่ดีที่ไม่ต้องซักผ้าใหม่อีกรอบ …หยุดเดินแล้วกวาดตามองไปรอบๆ เขานี่บ้าจริงๆ อะไรดลใจให้เดินเรื่อยมาถึงตรงนี้นะ? ดวงตาดำมองลอดเข้าไปยังหน้าต่างที่เปิดรับลม ม่านลูกไม้สีขาวอ่อนพริ้วไหว 

คิดถึงเหลือเกิน... 

 

คิดถึงใจจะขาด ถึงแม้จะมีเหตุที่ต้องให้เราพรากจากกัน แต่ในวันนี้ฟ้าคงรู้เห็นและเป็นใจ 

….ตำรวจไม่อยู่ 

หากเป็นคืนปรกติเขาคงมายืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ 

 

คำกล่าวหาของเธอช่างรุนแรงเกินไป แต่ยังไง เธอก็ยัง..... น่ารัก

 

"ไอ้โรคจิต!"

 

เธอคนนั้น ที่เดินสวนกันใต้ต้นลีลาวดี กลิ่นหอมอ่อนๆมันได้ลอยติดตรึงในใจมิรู้ลืม

เขาอยากรู้จัก อยากรู้ รู้ให้มากกว่านี้ รู้ทุกเรื่อง.. ทุกเรื่องของเธอ

 

เป็นเรื่องที่ยากจะห้ามใจเหลือเกิน ยากจริงๆ เขาทำมันลงไปได้ยังไงนะ? 

สองเท้าเหยียบลงพื้นสนามหญ้า มันอ่อนนุ่มชวนให้คิดไปเองว่ามันกำลังโอบรับเขาไว้ด้วยความรัก และ…. เขากำลังจะไปหาเธอ 

 

เปล่า! 

ไม่!

ไม่ใช่แบบนี้! 

 

วูบแรกที่คิดถึง เขาเพียงแค่ต้องการได้ยินเสียง ทำไมเขาเลวแบบนี้นะ?

เขากำลังรบกวนเธออยู่หรือเปล่า?

 

ไม่หรอก นั่นเพราะองค์กรโทรศัพท์เฮงซวยที่งกไม่เข้าท่าต่างหาก เขาเลยมายืนอยู่ที่นี้ ไม่ใช่ความผิดเขาหรอก ไม่เลยไม่ใช่... 

 

รู้ตัวอีกที ก็มายืนตรงขอบเตียงภายในห้องเธอเสียแล้ว เสียมารยาทจริงที่เขาทำหยดน้ำเลอะพื้นไปหมด ตัดสินใจถอดเสื้อผ้าออก แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวของเธอด้วยความวิสาสะ 

และยิ่งดูไร้มารยาทมากขึ้นไปอีกเมื่อสองขามันพาเดินสำรวจห้องของเธออีกครั้ง …ด้วยความตั้งใจ

กร่นด่าตัวเองในใจเงียบๆแล้วปล่อยให้มันจมหายไปกับตะกอนของความคิด

 

……… 

 

เขาต้องบ้าแน่ๆ ใช่บ้าไปแล้ว

 

บ้าที่ไม่ยอมใส่เสื้อผ้าแล้วนั่งจ้องมองเธอที่หลับไหล เธอหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ดูจากทรวงอกที่ยกกระเพื่อมเป็นจังหวะ เส้นเลือดทอดแนวยาวไปตามมลำคอมันเหมือนเชิญชวนให้สัมผัส เอือมมือไปหวังจะเเตะ แต่ก็ต้องหยุดชะงัก .. ไม่ได้หรอก ไม่ได้

วันนี้แต่ตั้งใจจะมาดูเท่านั้น วันนี้ แค่จะมาดู.. 

 

ฝนยังคงตกต่อเนื่องไม่หยุด แต่

คงต้องไปเสียแล้ว ก้มลงสัมผัสริมฝีปากเเผ่วเบาเพื่อจากลา 

 

หวังเอาไว้ว่าครั้งหน้าจะมาใหม่ จะมาในรูปแบบที่ดีกว่านี้

ใช่ ครั้งหน้าเขาต้องเอา"มัน"มาด้วย

 

และได้แต่หวังอยู่เงียบๆว่าความปราถนาใน"รัก"ครั้งนี้จะสมหวัง ไม่เหมือนคราวที่แล้วๆมา 

ทอดถอนหายใจก่อนใส่เสื้อผ้าแล้วปีนออกทางหน้าต่าง

 

……………………….

 

 

นอนไม่หลับอยู่ดี ยังไงก็นอนไม่หลับ 

เขาลุกขึ้นอีกครั้งในความมืด … 

 

นอนไม่หลับ ทำยังไงก็นอนไม่หลับ บางอย่างกำลังรบกวนจิตใจจนนอนไม่หลับ 

 

ใช่บางอย่างมันรบกวนจิตใจของเขา เขารู้แล้วว่าจะจัดการมันยังไง.. 

 

 

ครูผู้ไร้อารมณ์ศิลปะในความรัก.. เขาเพียงต้องการสื่อภาพแห่งความรักเท่านั้น 

ความรัก จิตใจ ภายใน 

 

ภาพวาดสีเลือดนั่น มันแดงสดแรกแย้มดั่งดรุณีวัยแรกรุ่น และอีกไม่นาน สีสันมันก็ห่อเหี่ยวแห้งเหมือนต้นไม้ขาดน้ำ ใช่…  ความรักได้ตายไปแล้ว 

 

ในคืนนี้ เขาเพียงต้องการวาดภาพรัก ความรักที่มีต่อ"เธอ"คนนั้น 

 

หยิบมีดขึ้นมา...

ก่อนสาวเท้าไปหา ใครสักคนตรงมุมห้อง เธอคนนี้ไม่น่ารักอีกต่อไปแล้ว นัยน์ตาอันสดใสนั้นได้หายไป มันกลับถูกแทนที่ด้วยน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้จนน่ารำคาญ... 

 

ข้อมือแดงช้ำจากรอบมัด …

 

"อย่าร้องไห้นะคนดี เธอได้อิสระภาพคืนแล้ว"

 

 

 

.........ตอนเด็กๆ ครูเคยเรียกเขาเข้าพบเพียงเพราะภาพวาดศิลปะ......

 

 

 

 

 

Neverendless.

 

 

 

 

 

 

 

หาเรื่องอัพบล๊อค เพราะนอนไม่หลับ.. ๕๕๕๕

อย่าได้หาสาระจากเอนทรี่นี้ไม่ 

 

ยังจำกันได้ไหม ฮาา (ยังมีหน้ามาถาม)

ไม่ได้แต่งอะไรแบบนี้มานานแล้วว สนิมกินนิ้วหมด ฮาาา 

ก็ขอบคุณคนที่หลงเข้ามาอ่านจนถึงตอนนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณแรงบันดาลใจต่ะ 

http://www.youtube.com/watch?v=kS9SUmAyKWM&feature=related

กำลังนอนไม่หลับเลยไปคุ้ยเพลงฟัง(ชื่อเรื่องยังก๊อปมาน่ะ orz)

 

ป.ล. หาทางเข้าแทบตายเพราะจำรหัสไม่ได้ ฮาาา

 

^___________________^

 


 


Comment

Comment:

Tweet