☠LITTLE PUNK☠ View my profile

RMC .... EPIC WAR ..

posted on 23 Jan 2012 21:39 by little-punk in RMC

เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม 

 

 

 

 

 

 

แซมบ้า

 

เสียงครูดคราดหลังม่านพร้อมเงาสลัวขยับไปมา ขนนกใต้ผืนผ้าสีขาวพลิ้วปลิวไสว ขณะที่เข็มนาฬิกายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ตีสองสามสิบสี่นาที คงเดชมองนาฬิกาเรือนเก่าแล้วลอบถอนหายใจเป็นครั้งที่สิบ ขณะที่คนที่อยู่ข้างในยังคงดี๊ด๊ากับของเล่นใหม่ไปเรื่อยๆ

 ครืดดดดดดดดดดดด

 

"เดี๊ยนสวยไหมล่ะเคร๊อะหนูคคงโฮะๆๆๆๆๆๆ" 

"ฮะๆๆๆๆ" หมอผีพยายามปั่นหน้าหัวเราะตามทั้งที่หนังตาเริ่มจะปิดลงมาเรื่อยๆ ต่างกับกระเทยสาวนามปาปืยองที่คงเดชเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองไปสนิทกับนางได้ตอนไหน แต่บัดนี้ เขาต้องมานั่งดูเจ้ปาลองชุดเพื่อไปเทศกาลเต้นเเซมบ้านับสิบกว่าชุด 

"แหม ทำหน้าแบบนั้นเขาเรียกว่าโกหกนะเคร๊อะๆ โฮ๊ะๆๆๆ" นิ้วเรียวสีคล้ำไปทางไหม้กรีดกรายแล้วยกป้องริมฝีปากสีแดงสด ขณะใบหน้านั้นดูสะใจและสนุกอยู่ในที เพราะตั้งแต่ชุดเต้นระบำแซมบ้าที่สั่งทางจากอินเตอร์เน็ตถูกส่งมาปาปิยองก็รีบบึ่งมาที่สำนักหมอผีทันทีทันใด

"เอาสีนี้แหละเจ้ สวยสุดๆ" น้ำเสียงเหนื่อยหนายแบบขอไปทีดังขึ้นอย่างปิดไม่มิด คงเดชยกมือป้องปากหาวไปสองครั้ง เขาไม่ได้เปิดตามองชุดสีส้มสดที่เเซมไปด้วยขนนกสีเหลืองสีแดงสีฟ้าที่กระเทยนางนั้นใส่ รองเท้าส้นสูงเกือบเจ็ดนิ้วนั้นส่องประกายกระทบแสงทุกครั้งที่เจ้าตัวขยับ มันสาดส่องมาแยงตาเขาเหลือเกินนนน 

 

"แหม ตัวนี้จะว่าไปก็ถูกใจเดี๊ยนนะเคร๊อะ โฮีะๆๆ แต่ว่าเดี๊ยนว่า ชุดนี้ๆ " พูดจบปาปิยองก็หายเข้าไปหลังม่านอีก

ก่อนที่พระจันทร์ของราตรีนี้จะคล้ายข้ามฟากฟ้าไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ทุกที ทุกที 

 

เอาคำคืนอันแสนสุขของ(กรู)คืนมาาาาาาาาาาา

 

หมอผีหนุ่มร่ำร้องในใจอย่างเงียบเชียบ

 

 

 

********************************************************** 

 

 

 

แก้วบิน

 

 

หวืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

เพล้ง!!!

 

เศษแก้วกระทบกำแพงแตกกระจายลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง และเมื่อมันถูกปามาด้วยแรงหลายนิวตัน อัตราความเร็วของมันและโมเมนต์การประทะก็มากตามเท่านั้นไปด้วย 

 

หมอผีก้มมองเศษแก้วในบนพื้นพลางขมวดคิ้ว....น่าหงุดหงิด

 

"คิก… คิก" เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกตามมาทีหลัง เงาดำตะคุ้มขยับไปมาตามฝากระดานบ้าน มันเพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสาม สามเป็นสี่ไปเรื่อยๆ มากขึ้นจนคิดไปว่ามันคงกลายเป็นจำนวนอินฟินิตี้ 

 

กอดอกรอ.. และมองดูว่า'มัน'จะทำอะไรต่อไป 

 

…พลางมองนาฬิกาตอนนี้มันเลยมาตีสอง ถูกปลุกตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงแก้วแตก วินาทีแรกที่ก้าวออกจากห้อง แก้วใบแรกก็บินมาปะทะผนังแบบเฉียดหน้า เงาสีดำเคลื่อนไหวเชื่องช้า พอเข้าไปใกล้มันกลับหายลับไปอย่างรวดเร็ว จนบัดน้ีเหมือนเขาถูกมันล่อลวงให้ตามมาที่ครัว 

 

แก้วถูกปามาเรื่อยๆ และไม่มีท่าทีว่าจะหมด....

 

หมด? ยกมือทาบอกเมื่อคิดว่าต้องไปซื้อแก้วมาใหม่ เงินกินข้าวก็แทบไม่มีแท้ๆ 

"ทำแตกแล้วก็เก็บให้หมดด้วยนะ" บอกไปแบบนั้นเพราะขี้เกียจทำความสะอาดเอง และหันหลังจะเข้าห้องนอน หากแต่มีแรงฉุดกระชากทำให้หันกลับไปมองต่อ 

 

ไม่นานห้องสีมืดก็สว่างไสวเพราะแสงเทียน

 

"แฮปปี้…..เบิร์ดเดย์...ท..ทูวว์ ยู …" เค้กหน้าตาประหลาดมันดูไม่ประหลาดเท่าน้ำเสียงที่ร้อง เงาตะคุ้มนับสิบเริ่มปรากฏกายขึ้นเรืองๆ หมอผีอดยิ้มไม่ได้ เมื่อถูกเซอร์ไพสวันเกิดด้วยการแกล้งเล่นแบบนี้ 

 

ก้าวเข้าไปเป่าเค้กบนโต๊ะ หลับแสร้งว่ากำลังอธิษฐาน...ลืมตา มองไปรอบๆห้อง

 

"แล้วอย่าลืมเก็บเศษแก้วนะ เข้าใจไหม?!"

 

 

 

 

********************************************************** 

 

 

 

กุหลาบแวร์ซาย

 

วินาทีแรกที่ก้าวขาเข้าไป ทุกสายตาพลันหยุดชะงักราวกับต้องนรต์สะกด

เด็กน้อยวัยมัธยมต้นขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย ไม่แพ้กับเจ้าของร้าน หากแต่เขาไม่ได้คิดสนใจ คงเดชก้าวขาไปเรื่อยๆจนหยุดอยู่ตรงหน้ากับสิ่งที่เขาต้องการ หยิบตระกร้า คว้ามันลงมาใส่ ไม่สนใจว่าตัวเองจะหยิบสิ่งสิ่งนั้นตัดหน้าของเด็กน้อยที่เตี้ยกว่าเขา 'เพราะมันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่เธอเตี้ย'

เขาคิดในใจก่อนจะกลั่นกรองมันออกมาเป็น.....รอยยิ้ม

 

ใช่แล้วเขายกยิ้มให้แก่เด็กสาวคนนั้น พลางสบตากับดวงตากลมโตคู่สวย

ก่อนจะหยิบอะไรที่หาได้จากตรงนั้นแบบมั่วๆก่อนจะยัดใส่มือบาง 

 

"เอาไปแก้ขัดก่อนก็แล้วกันนะ ฮะๆ" เขาบอกเธอด้วยเสียงสดใจเจือหัวเราะมีความสุข 

 

เหลือบซ้ายแลขวา ลากเท้าเดินไปที่เคาท์เตอร์ หอบตระกร้าที่เต็มไปด้วยหนังสือการ์ตูนมากกว่าสิบเล่ม 

หยิบกระเป๋าเงินพร้อมใบขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

 

เจ้าของร้านมองหน้าหนังสือสลับกับใบหน้าของเขาราวกับไม่แน่ใจ เขายิ้มตอบ …..ก่อนจะจ่ายเงินค่าเช่าแล้วออกไปนอกร้าน

 

……………………………………………

 

 

"อุษา ติดการ์ตูนอีกแล้วนะ" 

 

"จ๊ะ"

 

"อุษา อ่านเสร็จอย่าลืมทำงานบ้านล่ะ"

 

"จ้าาาาาาาาาาาาาา"

 

คงเดชลอบถอนหายใจก่อนจะยิ้มขำกับผีสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือการ์ตูนที่เขาเป็นคนเปิดให้เธออ่านไปทีล่ะหน้า ที่ล่ะหน้า 'เพราะมืออุษาเปียก จับมันไม่ได้'

 

แต่ถึงยังไง เขาก็ไม่เข้าใจผู้หญิงเท่าไหร่ ทำไมถึงติดการ์ตูนเรื่องนี้ มันน่าสนุกตรงไหน? "กุหลาบแวร์ซาย" หมอผีชำเลืองอ่านหน้าปกการ์ตูนก่อนจะเปิดหน้าถัดๆไปให้กับคนที่ลอยอยู่ข้างๆ

 

 

 

 

 

********************************************************** 

 

หน้ากากแก้ว

 

 

แสงไฟหน้าร้านกระพริบถี่ มันติดๆดับๆ บางครั้งดับวูบไปหลายนาที เจ้าของร้านหยิบไฟฉายขึ้นส่องด้วยความสงสัย ยิ่งดึกยิ่งมืด ยิ่งมืดยิ่งมองอะไรไม่เห็น ซ้ำร้ายเมื่อออกมาดูใกล้ๆ ลมหนาวยะเยือกก็พัดผ่านประทะใบหน้าและเศษกระดาษแถวนั้นปลิวกระจาย 

 

 

 

เห็นท่าว่าพายุใหญ่กำลังจะมาจึงจัดการเก็บของปิดร้าน

 

ตึง!!! 

 

สะดุ้งเมื่อคิดว่ามีของบางอย่างประทะกับกระจกแก้วหน้าร้าน อดใจหายไม่ได้เมื่อคิดว่ามันอาจแตก แต่ไม่หรอกมันไม่มีเสียงกระจกแตกนินา เขาขมักเขม้นจัดกล่องซีดีและวิดิโอให้เขาที่

 

ตึง!!!

 

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อให้เกิดรอยย่นบนหน้าผาก ตัดสินใจหยิบไฟฉายแล้วส่องดู

 

"คุณ….กุหลายสีม่วง...."

 

ผงะตกใจเกือบหงายหลังล้ม เมื่อร่างสีซีดและเปียกน้ำกำลังเกาะกระจกอยู่ ผมยาวลากพื้นพลิ้วไหวไปกับสายลมพร้อมหน้าตาอันบิดเบี้ยวปานจะขาดใจ ผู้หญิง..คน? ไม่น่าใช่เพราะอากัปกริยาของเธอ ราวกับว่าลอยไปมาไม่มีขาเหยียบติดพื้นนนนน

 

"อยากได้ อยากดู....จะดูคุณกุหลาบสีม่วง"  เสียงหวีดร้องแหลมทำให้เขายกมือขึ้นปิดหู นี่มันอะไรกันหรือตามคำบอกเล่าของเจ้าของร้านขายเช่าการ์ตูนที่อยู่ติดสองบล๊อคถัดไป ว่าจู่ๆคืนนึงผีก็มาหลอก เถ้าแก่หน้าซีดปากสั่นยกมือทาบอกตกใจพลันสายตาเหลือมองออกไปนอกร้าน ….กรูรอดแล้ว เขาคิดเมื่อเห็นเงาตะคุ้มของชายหนุ่มร่างสูงเดินย้ำเข้ามา

 

"ช่วยด้วย" น้ำเสียงสั่นๆตะโกนออกไปพลางโบกไฟฉายไปมา แต่เขาคิดผิด

 

ผู้ชายคนนั้น เดินเข้ามาใกล้ ใกล้เขามาแล้วหยุดยื่นข้างหญิงสาว …

 

"ร้านปิดแล้วเหรอครับ?" ใบหน้าอาบยิ้มถามพร้อมน้ำเสียงสดใส นั่นทำให้เขาลังเลใจที่จะตอบ แต่ไม่ทันการเมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูเข้ามาแล้ว หยดน้ำเปื้อนพื้นกระเบื้องสีสวยทีล่ะหยดทีล่ะหยด ขณะที่หญิงสาวร่างสีฟ้า …..ได้ยินเสียงแว่วๆว่าชื่อ"อุษา" กับใครอีกคนที่ถูกเรียกว่า"อาจารย์คงสุดหล่อว์"  ช๊อค…ช๊อคจนทำอะไรไม่ถูก 

 

เมื่อรู้ตัวอีกทีแผ่นการ์ตูนเรื่อง"หน้ากากแก้ว"ก็ยื่นมาตรงหน้าสามแผ่น 

 

"ทั้งหมดกี่บาทครับแล้วเช่าได้กี่วัน?" ไม่มีแรงจะตอบ เขาคิดเงินด้วยอาการมือสั่น ยิ่งเห็นหญิงสาวยิ้มให้ ….หยิบแผ่น DVD ทั้งหมดใส่ถุงแล้วยื่นให้บุรุษตรงหน้าแบบไม่คิดเงิน

 

"เอาไปเลย เอาให้หมดเลย" คำตอบกลับนั่นคือการโค้งหัวน้อยๆแล้วยิ้ม

 

………………………………

 

"อุษา ติดการ์ตูนงอมแงมเลยนะ" หมอผีพูดพลางยิ้มขณะสายตาก้มมองแผ่นการ์ตูนลายเส้นที่ไม่ต่างจากเรื่องที่แล้วเท่าไหร่

 

"ก็…มันสนุกนิจ๊ะ...อุษาชอบคุณกุหลาบสีม่วง" ไม่ว่าเปล่านางผีพรายทำท่ากรีดนิ้วยกมือขึ้นข้างบนราวกับนางเอกการ์ตูนเรื่องนั้น 

 

"ฮะๆ" คงเดชหัวเราะเบาๆ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้าน 

 

 ********************************************************** 

 

 

ขาเก้าอี้

 

ยอดหญ้าไหวลู่ไปตามลม ขณะแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ค่อยๆเลือนหายไป ความมืดเริ่มคุกคามครอบคลุมพื้นที่รกร้าง เหล่าฝูงนกกำลังบินกลับรัง หากแต่เขายังคงไม่ไปไหน ในลานโล่งกว้างซึ่งเขาพบมันโดยบังเอิญขณะเดินเล่นในป่า มันเป็นสถานที่ลับๆของเขาเพียงผู้เดียว เสียงเลื้อยไฟฟ้าดังมาไม่ขาดสาย คงเดชเช็ดเหงือกาฬที่ไหลย้อยลงมาตามใบหน้า เสื้อยืดตัวโปรดสีเลือดหมูซุ่มโชกเปียกและเหนียวเหนอะหนะ มันใกล้จะเสร็จแล้วผลงานชิ้นโบว์แดงของเขา ใช่ เขาเคยเรียนมาทางด้านนี้ ด้านของผู้สร้าง สร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ มือหยาบลูบไล้ไปตามส่วนของไม้ที่เชื่อมกันด้วยยางอย่างดี ไร้รอยต่อ

"ฮะๆๆๆ" เขาหัวเราะอย่างพอใจ ก่อนจะลงมือเลื่อยต่อ เลื่อยต่อไปเรื่อยๆ …. 

ดวงตาสีแดงเลือดเหล่มองส่วนที่ต้องต่อเป็นขา หยิบมันขึ้นมาแล้วใช้สว่านเจาะรูตรงกลางเพื่อยึดรอยต่อ จะให้มีรอยไม่ได้ เขายิ้มพร้อมกับคิดแบบนั้น 

เขาต่อขาเข้ากับเก้าอี้ ชิ้นที่หนึ่ง...ชิ้นที่สอง ด้วยความปราณีตบรรจง งานนี้มันทำให้เขาเพลินเพลินจนลืมวันลืมคืนไปอย่างน่าใจหาย แต่มันยังไม่พอหรอก ยังไม่พอ ยังไม่ครบขา งานของเขายังไม่เสร็จ ต้องการมากกว่านี้ หมอผีมองเศษไม้เกลือนกลาดบนพื้น ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเตะ เศษไม้ที่อยู่ตรงหน้าไปอีกฝาก พลางมองชิ้นส่วนที่ถูกตัดออกมา ..พื้นดินสีน้ำตาลถูกย้อมไปด้วยเลือด เขาลากร่างไร้วิญญาณที่ไร้ประโยชน์ กรอกเม็ดทรายเข้าปาก จากประสบการณ์เขารู้ดีว่ามันเต็มแล้ว นำไปถ่วงน้ำ ยิ้มให้กับร่างนั้นพร้อมโบกมือลา...ยังไม่พอ ต้องการอีก ขาเก้าอี้ ยังไม่ครบ .. เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดให้เข้าที่ เอาผ้าชุปน้ำเช็ดคราบเหงื่อและเลือดบนใบหน้า ก่อนจะเดินออกมาในถนนสายหลัก ใบหน้าอันเรียบเฉยเริ่มยกยิ้มตามสัญชาตญาณอีกครั้ง ทั้งที่....ไม่รู้สึกอะไรเลย

 

ยังต้องการอีก มันยังไม่เสร็จ

 

เขาโบกมือเรียกให้รถจอด ผ่านไปคันแล้วคันเล่า....ก่อนจะเจอชายแก่ใจดีหยุดรถดปิดประตูออกมา

 

"มีอะไรเหรอหนุ่ม?"

 

"ผมอยากให้คุณช่วย" คงเดชยิ้ม.... 

 

 

มันยังไม่พอหรอก... ขาเก้าอี้ มันยังไม่พอ

 

 

 

 

 

********************************************************** 

 

 

 

 

00โปจิ

 

 

เปล่า!! เขาไม่ได้ก่อดราม่า

 

เปล่า!!! นี่คือการตีแผ่ของสังคม

 

แว่นสายตาและช่วยกรองแสงเมื่อทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทำให้เขาอ่านตัวหนังสือเล็กกระจิดริดของเวปได้ถนัดมากกว่าเดิม 

 

"เอ็งต้องเป็นของข้า" พีเรียดไป... เขาคิดก่อนเคาะคีย์บอร์ดลบประโยค เขียนประโยคใหม่

 

"มรึงเป็นของกรู!!!" คงเดชกอดอก ขมวดคิ้วนั่งอ่านประโยคสักครู่วนไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า พ่อขุนรามเกินไปไหมนะ? คิดได้ดังนั้นจึงเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง 

 

"เธอต้องเป็นของผม" อ่าา สมน้ำสมเนื้อ เขาคิดก่อนพิมพ์เนื้อเรื่องต่อๆไป 

 

นาฬิกาเดินวนเป็นวงกลมบัดนี้มันหยุดพักเหนื่อยที่เลขสอง...ตีสองแล้วหรือ? เขานั่งทำไอ้นี่มาสี่ชั่วโมงแล้ว ตรวจดูหน้ากระดาษที่ได้ ว่าตัวเองพอใจกับผลที่ได้หรือเปล่า

 

แปดหน้า

 

ยังไม่พอ...

 

เขาเริ่มพิมพ์ต๊อกแต็กๆอีกครั้ง สมองเริ่มจินตนาการคิดอย่างไร้ขอบเขตุและปราศจากเหตุผล

ความสัมพันธ์ของพี่น้องที่ขาดสะบั้น กับเด็กหนุ่มผู้อาภัพรัก โศกนาฏกรรมบนความรักและความใคร่!!!

ใครจะได้ครอบครองหัวใจอันบอบบางของน้องหมาตัวน้อยๆไป …

 

กดเซฟ 

 

ฟิคเรื่องที่สองของเขา แล้วเริ่มท่องโลกในอินเตอร์เนต เข้าไปในหลุมดำซึ่งเป็นชื่อเวปที่เขาใช้เรียก ก่อนจะกดเพิ่มตอนใหม่ของเรื่องที่ตัวเองเขียน ..แอบชำเลืองจำนวนคนอ่าน นั่นทำให้ยิ้มออกมาอย่างปิติยินดี คนเข้ามาอ่านเป็นแสนกับคอมเมนต์อันล้นหลาม อ่าาาา คลิกเปลี่ยนหัวเรื่อง วงเล็บว่า'ตอนที่ห้าสดๆร้อนๆจร้าาา'  แอบนึกขอบคุณคู่สวรรค์สรรสร้างอย่าง 00โปจิ ที่ทำให้เขาได้ไอเดียในการเขียนฟิคครั้งนี้ แต่! มันยังใสเกินไป ยังดราม่าไม่พอ ครั้งหน้าเขาต้องใส่ไฟให้มันมากกว่านี้ คงเดชนึกในใจแล้วลอบยิ้มเงียบๆ พลางมองนามแฝงของตัวเอง  

 

 

IWSNT

 

 

i write sins not tragedies...

 

 

 

 

 

 

********************************************************** 

 

 

 

คุกกี้

 

มือยาวค่อยๆยื่นลงมาเก็บเศษผักกะหล่ำปลีขึ้นจากชั้นสองของชานบ้าน น้ำหยดเล็กๆค่อยๆหยดไปตามทางขณะมือนั้นเคลือนตัวกลับขึ้นไป ร่างสีซีดของหญิงสาวมีประกายแสงสีฟ้าอ่อนอาบไล้ทำให้รอบๆบริเวณนั้นเกิดแสงขึ้นโดยไม่ต้องใช้ไฟ ผมยาวสลวยกวัดแกว่งไปตามแรงลม ดวงตาที่หลุบลงเป็นประจำกำลังจดจ้องกับกระดาษแผ่นเล็กสีไข่นวลที่ผู้เป็นนายเอามาให้ เพื่อเอาไว้ทำแก้เหงาเมื่อเจ้าชายุดหล่อไม่อยู่หรือออกไปทำงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้ผีสาวอย่างเธอ อุษาใช้มีดเก่าๆหั่นกะหล่ำเป็นชิ้นเล็กๆละเอียดตามสูตร 

"อุ๊ย!" อุทานตกใจเมื่อหนอนตัวเล็กที่เธอลืมหยิบมันออกกลายเป็นสองท่อนเล็กๆ เหลือซ้ายแลขวาเมื่อพบว่าไม่มีคนเห็นเธอจึงเอาเเอบเอามันใส่ลงในส่วนผสมด้วย 

"นิดๆหน่อยๆ อาจารย์คงไม่รู้หรอก" ผีสาวพึมพำกับตัวเองเงียบๆ ปากสีซีดยกยิ้มเมื่อส่วนผสมทุกอย่างถูกเตรียมไว้เสร็จแล้ว

 

คุกกี้กะหล่ำปี

 

เธอจะอบไปขายตามบ้านในคืนพรุ่งนี้ คุกกี้ที่เธอตั้งใจทำด้วยแรงกายแรงใจทั้งหมด เธอหัวเราะคิกคักคนเดียว ขณะปลายผมยาวจุมลงไปในแป้งที่ตีเอาไว้ มือชื่นน้ำค่อยๆหยิบแป้งขึ้นมาปั่นเป็นรูปต่างๆ

 

หัวใจ ลำไส้ ปอด ลูกตา …… ลิ้น 

 

เธอปั่นไปเรื่อยๆตามแต่ใจจะนึกรูปร่างต่างๆออก

 

ชิ้นแล้วชิ้นเล่า.... เอาไปอบ เครื่องมืออิเล็กทรอนิคภาษาอังกฤษแอบเป็นปัญหาใหญ่สำหรับข้าทาสในเรือนเบี้ยสมัยเก่าที่ไม่ได้เรียนหนังสือ แอบกร่นด่าในความอาภัพของโชคชะตาเล็กๆ แล้วยื่นมือเปียกน่้ำไปกดมั่วๆ ถอยออกมานั่งรอ รอเวลาเตาบอกเวลาว่าใช้การได้แล้ว

 

 

พรุ่งนี้เธอจะแพคลงถุงกระดาษสาสีดำเอาไปขาย

 

จะเคาะประตูบ้านทุกหลังที่อยู่ในระแวกนี้

 

และ ถ้าใครมันไม่ซื้อคุกกี้ที่เธอตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถล่ะก็.........แม่จะหักคอมันให้หมด!!!